The History of the Nike Mag

 

Nike Mag ในภาพยนต์ Back to the Future Part II ในปี 1989 ได้รับการออกแบบโดย Tinker Hatfield
และล่วงเวลามากว่า 27 ปีแล้ว ในการทำรองเท้าออกมาให้เหมือนกับรองเท้าที่อยู่ในภาพยนตร์  Back to the Future  ของพวกเขา และด้วยระบบตัดแสงพิเศษ ระบบแสงสว่างเฉพาะตัว และระบบการมัดเชือกไล่ระดับอัตโนมัติของ Nike Mag จึงทำให้มันกลายเป็นรองเท้าแห่งอนาคตที่อยู้ในปี 2015 จากหนังที่พึ่งฉายในปี 1989 นั่นเอง ในหนัง McFly ที่รับบทนักแสดงนำสวมรองเท้า Air Mag ในเรื่อง โดยมันเริ่มถูกสร้างขึ้น ในปี 2008 เมื่อ บริษัท ยื่นขอสิทธิบัตรสำหรับ เทคโนโลยีในการมัดเชือกรองเท้าอัตโนมัติ โดยมีชื่อ Tinker Hatfield อยู่ในสิทธิบัตร เจ้า Air Mags คู่แรกถูกเปิดตัวครั้งแรกในปี 2011 เมื่อมีการประมูลผ่านมูลนิธิ Michael J. Fox จำกัด จำนวน 1,500 คู่ประมูลบน eBay เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2011 และเงินที่ได้รับจากมูลนิธิเพื่อการวิจัยโรคพาร์คินสัน ยอดขายของรองเท้าอยู่ระหว่าง 2,300 เหรียญสหรัฐฯและ 9,959 เหรียญสหรัฐ อีก 10 คู่บรรจุกล่องของขวัญดีลักซ์ขายโดยไนกี้ที่ประมูลอยู่ทั่วโลก รวมเป็น 1,510 คู่ซึ่งเจ้า Air Mag ปี 2011 นี้นั้นยังไม่มีเทคโนโลยีผูกเชือกรองเท้าอัตโนมัติ โดยมีมูลลค่าการประมูลที่ชนะอยู่ที่ 8,593 ดอลลาร์ตามข้อมูลจาก StockX และเมื่อในวันที่ 11 ตุลาคม 2016 ไมเคิลเจ. ฟ็อกซ์เป็นคนแรกที่ได้รับรองเท้าจากไนกี้ในตุลาคม 2015 เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2016 ไนกี้ได้เปิดการจับฉลากสำหรับ Nike Mag ซึ่งทุกคนสามารถซื้อตั๋วได้ราคา 10 ดอลลาร์ แต่การจับฉลากถูก จำกัด ไว้ที่ 89 คู่ รายได้ทั้งหมดจะนำไปบริจาคให้กับการวิจัยของพาร์กินสัน ไนกี้ระดมทุน 6.75 ล้านดอลลาร์สำหรับมูลนิธิไมเคิลเจฟอกซ์เพื่อการวิจัยโรคพาร์คินสัน

 

 

air magmcflyNikethe mag
Facebook
Instagram
Twitter
YouTube