Social Share
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

ในกระแสแฟชั่น Streetwear ทีกำลังร้อนแรงอยู่ มีแบรนด์ของคนไทยแบรนด์หนึ่งที่กำลังสร้างปรากฏการณ์อยู่ในขณะนี้ แบบที่ไม่เคยมีแบรนด์แฟชั่นไทยแบรนด์ไหนทำได้มาก่อน “Hold’em”

แรกเริ่มเดิมทีแบรนด์นี้เริ่มมาจากการทำกางเกงยีนส์มาก่อนโดยมีแรงบันดาลใจมาจากสิ่งต่าง ๆ ที่เจ้าของแบรนด์ชื่นชอบไม่ว่าจะเป็นลาย Joker จากเกมส์ไผ่หรือลายสามแถบแบบการ์ตูนนารูโตะ โดยในเวลาต่อมาได้มีการขยายแบรนด์ในส่วนของเครื่องแต่งกายอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อพิมพ์ลาย, กางเกง jogger, หมวกและอื่น ๆ ด้วยวิสัยทัศน์และความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้ตอนนี้คนไทยที่ชื่นชอบแฟชั่นสตรีทแวร์ไม่ว่าจะชาย หญิง วัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ต่างตามหาสินค้าแบรนด์นี้มาใส่กันโดยเฉพาะสินค้าในหมวดของกางเกงที่เป็นที่ต้องการมากในขณะนี้ ถึงกับทำให้เกิดปรากฏการณ์การมาต่อคิวเพื่อซื้อกางเกงรุ่นพิเศษ 2-3 คืนเพื่อจะได้เป็นเจ้าของและยังมีราคาขายต่อแพงขึ้นสองถึงสามเท่าจากราคาป้ายอีกด้วย

วันนี้ทาง Mestyle Thailand ได้มีโอกาสไปสัมภาษณ์คุณ “แม็ค” หรือ “กฤษฏา ปิณฑะเกษตริน” ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Hold’em ถึงเรื่องมุมมอง แฟชั่น และ วิสัยทัศน์อื่น ๆ อีกด้วย

1

Mestyle : สวัสดีครับ แนะนำตัวหน่อยครับ

แม็ค : สวัสดีครับ ชื่อแม็ค กฤษฏา ปิณฑะเกษตริน อายุ 29 ปีครับ

Mestyle : ตอนนี้แบรนด์ Hold’em มีผลตอบรับเป็นยังไงบ้างครับ ?

แม็ค : หลังจากกลับมาทำแบรนด์ในไทย ผลตอบรับดีมาก ๆ ครับ ถือว่าเกินคาด

Mestyle : เริ่มทำธุรกิจเพราะอะไร ? แล้วใช้ทุนสูงไหมครับ ?

แม็ค : ตอนแรกทำงานออฟฟิศอยู่ประมาณสองปีครับมีเงินเก็บประมาณหนึ่งแสนบาท ตอนแรกที่ตั้งใจมาทำธุรกิจเพราะไม่อยากตื่นเช้าและไม่อยากเป็นลูกน้องใครเลยออกมาทำสิ่งที่ชอบดีกว่าสบายใจกว่าด้วย

Mestyle : ชื่อแบรนด์ Hold’em มาจากไหนครับ

แม็ค : คือตอนนั้นชอบเล่นเกม Texas Hold’em Poker มากเลยครับเลยนำมาเป็นชื่อแบรนด์ ตอนแรกจะเป็น Hold’em Denim เพราะชอบผ้ายีนส์กางเกงยีนส์มาก ๆ จนมารีแบรนด์ใหม่โดยเพิ่มในส่วนของเครื่องแต่งกายสไตล์อื่น ๆ กลายมาเป็น Hold’em แบบทุกวันนี้

Mestyle : ในมุมมองของแม็คแล้ว Hold’em คืออะไร

แม็ค : เมื่อก่อนตอนทำแบรนด์แรกผมอยากให้ทุกคนมองว่า Hold’em คือผม ซึ่งไม่ใช่เลยครับ เพราะการทำธุรกิจใหญ่หรือการทำแบรนด์ทุกคนต้องมีเบื้องหลังที่ดีคืออย่างตัวผมพูดตรง ๆ ก็ไม่ได้เก่งอะไรมากมายแต่ว่าทีมงานผม ไม่ว่าจะเป็นคนออกแบบหรือเบี้องหลังอย่างทีมที่ไทยและที่จีนประสานงานกันได้ดีครับ ซึ่งตอนนี้ผมคิดว่า Hold’em คือ “ทีม” คือทุกคนในทีมครับ

Mestyle : ซอสคืออะไรครับ ? ไม่ใช่ซอสศรีราชาใช่ไหม ?

แม็ค : (หัวเราะ) ตอนแรกมาจากคำพูดติดปากกับเพื่อนๆนะครับมาจาก โหดแสรดด จนสุดท้ายก็แผลงมาเป็นซอส แล้วพอมาทำเป็นภาษาอังกฤษเป็น Zauz แล้วมันเท่ดีเลยกลายมาเป็นแบรนด์ซอสทุกวันนี้

Mestyle : มีสไตล์ในความคิดแม็คคืออะไร

แม็ค : ผมว่าแล้วแต่คนจะชอบนะ แบบอยากใส่อะไรก็ใส่ถามว่าตามเทรนไหมก็ตามนะแบบตามนักร้องที่เราชอบ สรุปคือเราชอบอะไรเราก็ใส่เราชอบอะไรเราก็ซื้อ ใส่ในสิ่งที่เรามั่นใจแล้วเป็นสไตล์ของเราเองจะดีกว่า

Mestyle : แล้วสไตล์ของแม็คเองละครับ ?

แม็ค : คือผมเป็นคนไม่มีสไตล์นะอยากแต่งไรก็แต่งอยากใส่อะไรก็ใส่เลยแค่ใส่มาแล้วไม่ฉีกแนวเกินไป แต่ช่วงนี้ชอบสไตล์ Justin Bieber คือเมื่อก่อนไม่ชอบเลยนะ แต่พอมาอัลบั้มล่าสุดนี้ชอบมากคือดูแล้วแบบเท่ห์แล้วสไตล์การแต่งตัวเขาก็เท่ห์ดีเลยเริ่มแต่งตามบ้างครับ

Mestyle : คิดยังไงกับสินค้าของ แท้ กับของ ปลอม

แม็ค : ส่วนตัวจากที่ทำแบรนด์ขึ้นเองคือไม่สนับสนุนของผิดลิขสิทธิ์นะครับ คือคนลงมือทำเนี่ยกว่าจะคิดออกมาได้แล้วพอทำออกมาโดนก๊อปเนี่ยทั้งเหนื่อยทั้งเสียความรู้สึกมาก ๆ คือใช้แบรนด์อื่นหรือรุ่นอื่นๆที่ถูกลงมาหน่อยแต่ถูกลิขสิทธิ์ดีกว่าของปลอมครับ

Mestyle : พูดถึงสตรีทแวร์แล้วก็ต้องพูดถึงรองเท้าสนีกเกอร์ อยากทราบสนีกเกอร์ในดวงใจของแม็คสักสามอันดับครับ

แม็ค :

อันดับ 1. เลยนะครับ Adidas Yeezy 350 Oxford Tan ตัวนั้นรักสุดเลยครับได้มาราคาป้ายด้วยเพราะไปจับฉลากที่ Siam Discovery แล้วได้คือปกติไม่มีดวงด้านจับฉลากพวกนี้เลยครับ

อันดับ 2. Nike Air Force One คือตัวนี้แฟนเพ๊นท์ให้ในวันเกิดครับ มีคุณค่าทางจิตใจมากมีเงินก็หาซื้อไม่ได้คู่นี้ (ยิ้ม)

อันดับ 3. Adidas NMD R1 PK ทุกสีเลยครับคือชอบมากใส่เดินทั้งวันนี้ไม่เมื่อยเท้าเลย

Mestyle : พูดถึงเพจ Mestyle Thailand  เราหน่อยครับ

แม็ค : ก็เป็นอะไรที่ดีมาก ๆ เลยครับ ที่มีเพจแบบนี้ ถือเป็นการโปรโมทแบรนด์วงการแฟชั่นสไตซ์ต่าง ๆ ให้วงการแฟชั่นบ้านเราโต ๆ ไปด้วยกันครับ

Mestyle : ฝากผลงานตัวเองหน่อยครับทั้ง Hold’em และซอสเลย

แม็ค : ร้านใหม่พึ่งเปิดวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมาครับ สินค้าล่าสุดจะเป็นตัวกางเกง Dark Camo Biker Sweatpants ครับเป็นผ้านำเข้ามาจากญี่ปุ่นมีแถบคาด 3M และ Kevlar สะท้อนแสง ผลิต 188 ตัวโดยในไทยจะจำหน่ายเพียง 100 ตัวส่วน 88 ตัวส่งขายต่างประเทศครับ

14100364_1160392430674427_3283473552659068132_n 14067565_1160395534007450_5891691690483289959_n

ภาพบรรยากาศรอซื้อกางเกง Dark Camo Biker Sweatpants เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
1223

ทาง Mestyle Thailand ก็ขอขอบคุณ คุณแม็ค ซอส แห่งร้าน Hold’em Denim เป็นอย่างสูงที่ให้เกียรติเราได้เข้ามาสัมภาษณ์แบบเจาะลึกกันขนาดนี้ ก็ขอให้กิจการเติบโตยิ่ง ๆ ขึ้นไปและเป็นแบรนด์คนไทยที่รู้จักกันไปทั่วโลกเลยครับ

 

31

1

2

รูปจาก Instagrame maximkpin

Pics Via Amgolf GE